ขั้นตอนการตรวจวัดแบตเตอรี่

การวัดแบตเตอร์รี่
ขั้นตอนการวัด volltage ที่วัดได้ สภาพแบตเตอร์รี่ ลักษณะอาการ ปัญหาที่เกิด
V1วัดโวล์ของแบตเตอร์รี่ มากกว่า 12.50 v ไฟแบอร์รี่เต็ม เครื่องไม่หมุนเลย ไดสตาร์ทอาจบกพร่อง
(ควรวัดหลังจากรถจอด 5 ช.ม.ขึ้นไป)

ต่ำกว่า12.40-12.10 v

ไฟอ่อนพอสตาร์ทได้ พอสตาร์ทได้ ตรวจสอบไฟรั่ว/ไดชาร์จ
ต่ำกว่า 12.05 v รถไฟหมด สตาร์ทไม่ได้ ตรวจสอบไฟรั่ว/ไดชาร์จ
ต่ำกว่า 10.00 v รถไฟหมด สตาร์ทไม่ได้ ส่งแบตเตอร์รี่เข้าตรวจบริษัท
V2 สตาร์ตเครื่อง วัดโวลท์ที่รอบเดินเบา แรงดันที่วัดได้ สภาพ Alternator ผลกระทบต่อแบตเตอร์รี่ ข้อแนะนำ
(แรงดันมาตรฐาน 13.80-14.20) สูงกว่า 14.40V ไดชาร์จชาร์จเกิน แบตฯอาจถูก OVERCHARGE ควรตรวจแก้ไข
ต่ำกว่า13.60V ไดชาร์จชาร์จต่ำ แบตฯอาจถูก UNDERCHARGE ควรตรวจแก้ไข
V3 สตาร์จเครื่องวัดที่ 2000-2500 รอบ สูกว่า14.40V ตาม V2 แบตฯอาจถูก OVERCHARGE ควรตรวจแก้ไข
(แรงดันมาตรฐาน 13.80-14.20) ต่ำกว่า13.60V
V4เร่ง2000=>2500รอบเปิดแอร์+ไฟหน้า สูงกว่า14.40 ตามV2 แบตฯอาจถูกOVERCHARGE ควรตรวจแก้ไข
ต่ำกว่า13.50 แบตฯอาจถูกUNDERCHARGE ควรตรวจแก้ไข
*ถ้า V2 V3 แรงดันชาร์จได้13.80-14.20Vแต่ V4วัดได้ต่ำกว่า 13.50V ไดชาร์จเริ่มเสื่อม ขณะใช้งานแบตฯจะถูกดึงไฟออก ตรวจแก้ไขไดชาร์จ
V5เร่ง 2000=>2500รอบ เปิดแอร์+ไฟหน้า+เปิดเครื่องเสียง ถ้า V2 V3 V3แรงดันชร์จปกติ V5แรงดันชาร์จต่ำกว่า13.50V แสดงว่าไดชาร์จปกติแต่เครื่องเสี่ยงใช้ไฟเกินกำลังไดชาร์จ แบตฯอาจไฟหมด
ข้อแนะนำ ปัญหาถ้าเกิดใน V5 คือ
1.ให้ปิดเครื่องเสียง หรือ เบาเครื่องเสียงก่อนจอดรถถึงที่หมาย30วินาที
2.เปลี่ยนไดชาร์จให้ใหญ่ขึ้น
3.ถอดแบตฯชาร์จให้ไฟเต็มเมื่อแบตไฟอ่อน